 |
สถิติการใช้งาน
|
 |
| ประกาศทั้งหมด |
112 |
รายการ |
| สมาชิกทั้งหมด |
101 |
คน |
|
 |
หมวดหมู่ข่าว
|
 |
|
|
 |
หมวดหมู่ประกาศ
|
 |
|
|
|
 |
ประกาศแยกตามจังหวัด
|
 |
|
|
 |
คอมเม้นท์บอร์ดล่าสุด |
 |
|
|
 |
คอมเม้นท์ฝากขายล่าสุด |
 |
|
|
 |
อันดับคะแนนสมาชิก
|
 |
|
|
 |
Tag
|
 |
|
|
|
|
 |
|
 |
|
ข่าวประจำวัน |
รัฐบาลแถลงการณ์ ใช้สันติวิธี แก้ปัญหา'กัมพูชา'
(อ่าน 92)
ชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ส่อเค้าวิกฤติหนัก ภายหลังที่ต่างฝ่ายระดมขนอาวุธยุทโธปกรณ์ประชิดชายแดนพร้อมรบเต็มอัตราศึก ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามใช้สันติวิธีคลี่คลายปัญหา แต่ถูกผู้นำกัมพูชา "ฮุน เซน"ปฏิเสธการเจรจา แถมยังจวกผู้นำไทย "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เจ้าเล่ห์ เป็นผู้ก่อสงครามขึ้นก่อน ขณะเดียวกัน รมว.ต่างประเทศ "กษิต ภิรมย์"ออกมาแฉซ้ำ มี 3 ประเทศยักษ์ใหญ่หนุนเขมรคือ รัสเซีย อินเดีย และฝรั่งเศส
ภูมิซรอลเงียบเหมือนเมืองร้าง
ส่วนบริเวณด่านทางขึ้นอุทยานแห่งชาติ เขาพระวิหารตั้งแต่เช้าเป็นต้นมา เจ้าหน้าที่กรมทหารพรานที่ 23 คอยตรวจเข้มรถที่เข้าออกทุกคัน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนขึ้นไปทำข่าวเหมือนเช่นเคย สื่อมวลชนที่จะเข้ามาทำข่าวจะต้องลงทะเบียนบอกต้นสังกัดและจำนวนอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันมีรถน้ำทหาร รถอาหาร วิ่งเข้าออกตลอดเวลา ส่วนที่บริเวณบ้านภูมิซรอล บรรยากาศคล้ายเป็นเมืองร้าง บ้านเกือบทุกหลังถูกปิดใส่กุญแจ มีเพียงชายฉกรรจ์ออกดูแลทรัพย์สิน ส่วนร้านค้าต่างๆยังคงปิดเงียบเหมือนเช่นเคย
เสียงระเบิดปริศนาดังที่ภูมะเขือ
นายเรือง ชูรัตน์ อายุ 42 ปี ชาวบ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ กล่าวว่า เมื่อคืนเวลาประมาณ 4 ทุ่มเศษ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3-4 ชุด บริเวณภูมะเขือ จากนั้นประมาณตี 3 ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด 1 ครั้งที่บริเวณภูมะเขือ คาดว่าจะยิงมาจากฝ่ายกัมพูชา ทำให้ชาวบ้านต่างพากันตกใจวิ่งเข้าหลุมหลบภัย แต่ไม่มีข่าวว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ตอนนี้ยังรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง เพราะไม่รู้ว่าระเบิดจะมาเวลาไหน แต่จำเป็นจะต้องเข้ามาเฝ้าทรัพย์สินเกรงว่าขโมยจะฉวยโอกาสที่ไม่มีใครอยู่บ้านเข้ามาขโมยของ
เขมรเสริมกำลังเต็มพิกัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารกัมพูชามีการเสริมกำลังเข้ามาที่บริเวณปราสาทพระวิหารและภูมะเขือเป็นจำนวนมาก โดยมีการนำทหารที่ขึ้นไปเสริมกำลัง ไปชี้พิกัดที่ตั้งของทหารไทยว่า อยู่บริเวณใดบ้าง พร้อมกันนี้ยังได้ เสริมปืนกลเพิ่มเติมในหลายจุด รวมทั้งเสริมรถถังเพิ่มเข้ามา เนื่องจากก่อนหน้านี้ 1 วัน ฝั่งทหารไทยมีการเสริมรถถังเข้าไปในพื้นที่จำนวนมาก ทำให้กัมพูชาเกรงว่าจะเสียเปรียบหากเกิดการปะทะกันอีก
เครื่องบินเอฟ 16 บินข่มขวัญ
เวลา 13.05 น. เครื่องบินเอฟ 16 ของกองทัพอากาศไทย ที่เข้าร่วมฝึกคอบบราโกลด์ตามวงรอบจำนวน 2 ลำได้บินเข้ามาตามแนวชายแดนด้านเขาพระวิหาร ทำให้ ทหารกัมพูชาที่วางกำลังตลอดแนวชายแดนด้านปราสาทพระวิหาร ถึงกับต้องวิ่งเข้าที่กำบังเตรียมพร้อมเพื่อตอบโต้ โดยมีรายงานว่า ผู้บัญชาการทหารระดับสูงของกองทัพเขมรถึงกับตรวจสอบข่าวที่เครื่องบินเอฟ 16 ของไทยบินโฉบบริเวณประสาทพระวิหาร เวลาไล่เลี่ยกันได้ เกิดเหตุควันไฟพวยพุ่งขึ้นบริเวณที่นาใกล้กับหมู่บ้านภูมิซรอล เมื่อชาวบ้านเห็นต่างพากันตกใจนึกว่าทหารเขมรยิงจรวดเข้ามาในฝั่งไทย ต่างพากันวิ่งหนี บางรายเข้าไปหลบในหลุมหลบภัย บางรายขับรถออกจากพื้นที่ จากการตรวจสอบทราบว่า ควันไฟดังกล่าวเกิดการปะทุไฟที่จรวดบีเอ็น 21 ของกัมพูชายิงข้ามเข้ามาตกเมื่อวันก่อน แต่ไฟยังดับไม่หมดทำให้เกิดไฟไหม้ขึ้น
วิทยุเขมรปลุกกระแสคลั่งชาติ
ที่บริเวณด่านพรมแดนอรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พ่อค้า แม่ค้าและกรรมกรชาวเขมรจำนวนมาก ยังเดินทางเข้ามาค้าขายและทำงานรับจ้างในตลาดโรงเกลือ ตามปกติ ทำให้บรรยากาศเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง ส่วนในตลาดปอยเปต อ.โอวจโรว จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ยังคงมีชาวเขมรจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนทั้ง 2 ประเทศ โดยเฉพาะสื่อวิทยุท้องถิ่นของกัมพูชา ดีเจพยายามพูดปลุกกระแสรักชาติ ให้ชาวเขมรเกิดความไม่พอใจประเทศไทย ทำให้ชาวเขมรโดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าที่มาทำการค้าในประเทศไทย เกิดความหวาดวิตก เกรงว่าปัญหาจะบานปลายจนเกิดการสู้รบระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชาอีกครั้ง
ระดมเสริมเขี้ยวเล็บต่อกรไทย
ขณะที่หนังสือพิมพ์เดิมอัมปรึล (นสพ.ต้นมะขาม) ในเว็บไซด์ "เดิมอัมปรึลออนไลน์" ได้ประโคมข่าวโดยอ้างแหล่งข่าวนายทหารระดับสูง ซึ่งคุมกำลังทหารกัมพูชาบริเวณปราสาทพระวิหารว่า ทหารไทยได้เสริมกำลังและกองทัพรถถังขนานใหญ่มาประชิดชายแดนพระวิหาร และประเทศไทยได้อพยพประชาชนบริเวณชายแดนปราสาทพระวิหาร ห่างออกไปถึง 100 กม. เพื่อเป็นการเตรียมที่จะถล่มกัมพูชาครั้งใหญ่อีกครั้ง ขณะที่กองทัพกัมพูชาได้เตรียมพร้อมไว้แล้ว และอพยพชาวกัมพูชาบริเวณชายแดนออกไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยแล้ว นสพ.เดิมอัมปรึล ยังอ้างอีกว่า สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้สั่งการให้ทหารดูแลผู้อพยพชาวเขมรให้ดีที่สุดด้วย และยังอ้างว่า ได้มีชาวเขมรจากหมู่บ้านศิลาแขร์ จ.บันเตียเมียนเจย ที่เข้ามารับจ้างตัดอ้อยและถอนมันสำปะหลังในประเทศไทย จำนวน 70 คนได้เดินทางกลับกัมพูชาแล้ว เชื่อชาวเขมรที่เดินทางกลับประเทศเห็นความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติในฝั่งไทย จึงรีบเดินทางกลับเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์บางอย่างที่อาจเกิดขึ้น
"มาร์ค" รู้ทันเกมกัมพูชาดึงชาติที่ 3 เอี่ยว
วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สมเด็จฮุน เซน ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสงคราม และจะไม่ยอมเจรจากับฝ่ายไทย เว้นแต่จะมีประเทศที่ 3 เข้ามาไกล่เกลี่ย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เราได้แสดงท่าทีชัดเจนและให้ข้อเท็จจริงกับผู้เกี่ยวข้องแล้ว มั่นใจว่าทุกคนที่ติดตามเรื่องนี้จะสนับสนุนให้มีการเจรจา เป็นเรื่องที่ตรงกับสิ่งที่ตนได้พูดกับนายบัน คี มูน เลขาธิการยูเอ็น ว่า กัมพูชาต้องการยกระดับเรื่องดังกล่าว ทั้งที่ความเป็นจริงไม่ควรจะเกิดขึ้น แต่ก็มีแรงกดดันที่ต้องการเข้ามาจัดการพื้นที่ และถือเป็นความพยายามของกัมพูชาที่ต้องการให้ประเทศที่ 3 เข้ามาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย แต่เชื่อว่าเมื่อประเทศต่างๆเห็นข้อเท็จจริงแล้ว จะบอกให้เรากลับมาคุยกัน เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรให้กัมพูชากลับเข้ามาสู่การเจรจาในระดับทวิภาคีคืออะไร นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ที่ทำได้คือ ให้ประชาคมโลกได้เห็นข้อเท็จจริงทั้งหมด และเห็นว่าไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมีประเทศที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นปัญหาที่ควรจบได้ในระดับทวิภาคี เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏ คนที่เขาไปฟ้องจะบอกเองว่าเรื่องอย่างนี้ต้องจัดการกันเอง เพราะเราอยู่ในอาเซียนด้วยกัน อย่างน้อยที่สุดอาเซียนคงจะมีบทบาทให้เราเจรจากันอย่างที่อาเซียนเคยมีบทบาทมาแล้ว
ยันมีหลักฐานตามที่มาอาวุธหนุนกัมพูชา
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ระบุในวงสัมมนาว่า อาวุธของกัมพูชามีความเกี่ยวข้องกับหลายประเทศ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรามีรูปถ่ายและจะติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อว่าภาพถ่ายที่กัมพูชาตั้งกองกำลังอยู่บนปราสาทพระวิหารจะเป็นการยืนยันอย่างชัดเจนว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นการดำเนินการตามเจตนารมณ์ของคณะกรรมการมรดกโลก และในต้นสัปดาห์หน้า นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายอัษฎาชัยนาม ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนไทย-กัมพูชา (เจบีซี) จะเดินทางไปยังกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยเราจะเดินหน้าทำความเข้าใจกับทุกประเทศ
มั่นใจ "บันคีมูน"ปลดล็อกกับยูเนสโก
เมื่อถามว่า ปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา จะเป็นสงครามยืดเยื้อตามที่สมเด็จฮุน เซน กล่าวไว้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เรื่องนี้อยู่ที่ประชาคมโลกที่จะทำให้ เห็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และการปลดชนวนที่เป็นแรงกดดัน ซึ่งชนวนที่สำคัญที่สุดขณะนี้คือ ปัญหาเรื่องของมรดกโลก ถ้ายูเนสโกปลดตรงนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายจะพูดคุยกันได้โดยไม่มีแรงกดดัน และมั่นใจว่าทั้งสองฝ่ายต้องการให้ประชาชนตามแนวชายแดนอยู่อย่างสงบ ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอให้มีการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกในเดือน มิ.ย.ก็ได้ วันนี้คณะกรรมการมรดกโลกควรตระหนักถึงปัญหาที่ถูกสร้างขึ้นมาและมีบทบาทในการแก้ไขปัญหานั้น คิดว่าเลขาฯยูเอ็นคงได้พูดคุยกับองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ไปบ้างแล้ว จะใช้วิธีไหนก็ได้เพื่อปลดล็อกในสิ่งที่เกิดขึ้นคือแรงกดดันเกี่ยวกับการเสนอแผนในการบริหารจัดการพื้นที่ปราสาทพระวิหารที่เราต้องมาถกเถียงกัน
ปัด "ฝรั่งเศส" ไม่เกี่ยวเรื่องของ "อาเซียน"
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ฝรั่งเศสเสนอตัวเป็นคนกลางเข้ามาไกล่เกลี่ย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คงยังไม่จำเป็นเพราะทางอาเซียนทำหน้าที่สนับสนุนให้มีการเจรจาอยู่แล้ว ซึ่งเราจะทำความเข้าใจกับทุกประเทศ โดยยืนยันว่าเราไม่มีเจตนารุกรานใครแต่ทำเพื่อปกป้องอธิปไตย และเท่าที่ฟังจากนายบัน คี มูน ตนมั่นใจว่ายูเอ็นต้องการให้มีการเจรจา เมื่อถามอีกว่า การที่ฝรั่งเศสออกมาแสดงบทบาทในความเป็นคนกลางเพราะต้องการให้ใช้แผนที่ของฝรั่งเศสในการแก้ปัญหาหรือไม่ นายอภิสิทธ์กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เรื่องแผนที่ยังไม่มีประเด็นอะไร และฝรั่งเศสจะมาบอกให้เราทำอะไรได้อย่างไร เพราะเป็นเรื่องของเราที่ต้องแก้ไขปัญหาต่อไป ถ้าฝรั่งเศสอยากจะช่วยขอให้ไปบอกกับยูเนสโก เพราะตั้งอยู่ที่กรุงปารีส วันนี้ยังมั่นใจว่าอาเซียนและสหประชาชาติที่ขณะนี้แสดงท่าทีสนับสนุนให้มีการเจรจา ก็จะเดินหน้าสนับสนุนให้เจรจาต่อไป
รัฐบาลไทยออกแถลงการณ์
เวลา 17.10 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ อ่านแถลงการณ์รัฐบาล กรณีที่เกิดเหตุการณ์ปะทะระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพกัมพูชาในช่วงระหว่างวันที่ 4-7 ก.พ. 2554 เป็นผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องชาวไทย รัฐบาลขอแถลงการณ์ดังนี้ 1.การปะทะที่เกิดขึ้นทุกครั้ง มิใช่เป็นการเริ่มต้นของฝ่ายไทย ฝ่ายไทยได้ตอบโต้ด้วยความอดกลั้น จำกัดการตอบโต้ต่อเป้าหมายทางทหารเท่านั้น และให้การปะทะจำกัดอยู่ในพื้นที่นั้น มิให้ขยายวงต่อเนื่องออกไป 2.ประเทศไทยไม่มีความคิดหรือประสงค์จะได้ดินแดนของประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ประสงค์จะก่อสงครามเพื่อรุกรานประเทศใด กองทัพของไทยมีไว้เพื่อป้องกันประเทศและรักษาความมั่นคงของประเทศเท่านั้น 3.ขณะนี้เป็นที่น่าเสียใจที่กองทัพกัมพูชาได้เสริมกำลังตามแนวชายแดนหลายพื้นที่ อาจก่อให้เกิดความตึงเครียดบริเวณชายแดนโดยใช่เหตุ รัฐบาลจึงขอให้คำมั่นว่าจะไม่มีการดำเนินการใดๆที่จะเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อให้เกิดความรุนแรง รวมทั้งจะดำเนินการทุกอย่างด้วยความอดกลั้นต่อการยั่วยุ กองทัพไทยจะทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติให้ดีที่สุด
เร่งฟื้นฟูเยียวยาเหยื่อปะทะ
4.แนวทางในการดำเนินการต่อไป 4.1 รัฐบาลจะรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ตามแนวชายแดน และจะเร่งช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะอย่างเร่งด่วนและทั่วถึง และจะทำการฟื้นฟูความเสียหายอันเกิดมาจากการปะทะให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ทั้งการเยียวยาทางด้านจิตใจของพี่น้องประชาชนที่ประสบภัย และเร่งซ่อมแซมทรัพย์สินและสิ่งสาธารณูปโภคที่เสียหาย 4.2 จะนำเสนอข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สถานะของความสัมพันธ์กับกัมพูชาในภาพรวม ซึ่งมีความคืบหน้าในทางสร้างสรรค์ทั้งในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม การติดต่อไปมาฉันพี่น้องระหว่างประชาชนทั้งสองฝ่าย รวมทั้งความมุ่งมั่น และความพยายามของฝ่ายไทยในการเจรจาแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธีต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในวันที่ 14 ก.พ.นี้ และจะเผยแพร่รายละเอียดของข้อเสนอและข้อเท็จจริงดังกล่าวให้ประชาชนทราบในโอกาสแรก
วอนคนไทยและเขมรอดทนอดกลั้น
4.3 รัฐบาลยึดมั่นต่อพันธกรณีระหว่างประเทศและข้อตกลงทวิภาคีกับฝ่ายกัมพูชา ซึ่งในการดำเนินการด้านเขตแดนกับฝ่ายกัมพูชาบริเวณเขาพระวิหาร รัฐบาลมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาเขตแดนกับกัมพูชาอย่างสันติวิธี โดยใช้กลไกของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ในการแก้ไขปัญหาบนพื้นฐานของอนุสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ.1904 กำหนดให้เส้นเขตแดนในบริเวณดังกล่าวเป็นไปตามสันปันน้ำ รวมทั้งบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ปี 2543 ทั้งนี้ รัฐบาลจะหลีกเลี่ยงมิให้ข้อขัดแย้งในเรื่องเขตแดนกระทบต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างชาวไทยกับชาวกัมพูชา และจะยังคงดำเนินโครงการพัฒนา ร่วมกันเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของชาวไทยและชาวกัมพูชาต่อไป 4.4 รัฐบาลขอให้ประชาชนชาวไทยและชาวกัมพูชาเข้าใจว่า รัฐบาลและประชาชนชาวไทยมิได้มีความคิดที่จะมุ่งประสงค์ร้ายต่อชาวกัมพูชา จึงขอเรียกร้องให้ประชาชนทั้ง 2 ฝ่ายอดทนอดกลั้นต่อการยั่วยุใดๆ ที่จะนำไปสู่การสร้างความตึงเครียดและการใช้กำลังของทั้ง 2 ประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แถลงการณ์ของรัฐบาลฉบับนี้จัดทำเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ออกเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของทำเนียบรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศด้วย
ยูเอ็นนัดไทยถกปัญหาเขมร 14 ก.พ.
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานความคืบหน้ากรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เตรียมจัดประชุมตัวแทนประเทศสมาชิกทั้ง 15 ชาติ ที่สำนักงานใหญ่ในนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ในวันจันทร์ที่ 14 ก.พ. เพื่อหารือแนวทางการยุติความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาโดยยึดหลักสันติวิธี ทั้งยังระบุว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จีน และนายมาร์ตี้ นาตาเลกาวา ผู้ดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนประจำปีนี้ ต่างเรียกร้องให้ไทยและกัมพูชาอดทนอดกลั้นต่อปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ส่วนที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงฯจะเปิดโอกาสให้ทั้งนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศของไทย และนายฮอร์ นัม ฮง รมว. ต่างประเทศกัมพูชา ชี้แจงข้อเท็จจริงในกรณีพิพาทตามหลักฐานประกอบของแต่ละฝ่าย รวมถึงอาจมีการเสนอให้นายกษิตและนายฮอร์ นัม ฮง เจรจาร่วมกันนอกรอบการ ประชุม แต่ยังไม่อาจยืนยันได้ว่าจะเจรจาในกรอบทวิภาคี หรือมีตัวกลางจากประเทศสมาชิกยูเอ็นเข้าร่วมด้วย
ที่มา สำนักข่าวไทยรัฐ
โพสเมื่อ : 11 ก.พ. 2554
|
|
|
|
|
|
 |
|
 |
|