 |
สถิติการใช้งาน
|
 |
| ประกาศทั้งหมด |
112 |
รายการ |
| สมาชิกทั้งหมด |
101 |
คน |
|
 |
หมวดหมู่ข่าว
|
 |
|
|
 |
หมวดหมู่ประกาศ
|
 |
|
|
|
 |
ประกาศแยกตามจังหวัด
|
 |
|
|
 |
คอมเม้นท์บอร์ดล่าสุด |
 |
|
|
 |
คอมเม้นท์ฝากขายล่าสุด |
 |
|
|
 |
อันดับคะแนนสมาชิก
|
 |
|
|
 |
Tag
|
 |
|
|
|
|
 |
|
 |
|
ข่าวประจำวัน |
'กษิต'โยนเขมรตัดสินใจกลับโต๊ะเจรจา
(อ่าน 106)
รมว.ต่างประเทศ 'กษิต ภิรมย์' เผย คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เห็นพ้อง ไทย-กัมพูชา ต้องนั่งโต๊ะเจรจาทวิภาคี ให้อาเซียนเป็นพี่เลี้ยง โยน ผู้นำกัมพูชาตัดสินใจ ยัน ไทยพร้อมเสมอ พร้อมเสนอให้ยูเนสโกชะลอแผนบริหารจัดการพื้นที่...
เวลาประมาณ 06.30น. วันที่ 15 ก.พ. นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการชี้แจงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) จากนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า ประเด็นที่หนึ่ง การประชุมคณะมนตรีความมั่นคง ซึ่งมีบราซิลเป็นประธานในช่วงเดือนนี้ เริ่มต้นขอให้ปลัดกระทรวงฝ่ายการเมืองของสหประชาชาติ กล่าวรายงานต่อที่ประชุม ปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยเน้นว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เรื่องปัญหาไทยกัมพูชาได้ขึ้นมาสู่ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงฯและสรุปว่ายังอยู่ในวิสัยที่จะเจรจาด้วยสันติวิธีได้
ต่อจากนั้น นายฮอร์ นัม ฮง รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศกัมพูชา ได้กล่าวเน้นประเด็นเรื่องการสู้รบเป็นสำคัญ และ เป้าประสงค์อยากให้คณะมนตรีฯ เข้ามายุ่งเกี่ยว กับเรื่องนี้ต่อไป โดยเฉพาะการส่งผู้สังเกตการณ์ หรือ กองกำลังมาสำรวจ ดูแลไม่ให้มีการสู้รบ ส่วนทางตนได้เล่าความเป็นมาในประเด็นปัญหา และยืนยันเจตนารมณ์ของเราในการที่จะรักษาสันติภาพ ยุติการสู้รบ ให้กระบวนการที่มีอยู่แล้ว เช่น คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยการเจรจาเขตแดน เจบีซี และ จีบีซี ให้ดำเนินการไป ได้ยืนยันว่าเรามีกลไก 2 ฝ่ายอยู่มากมาย ที่จะดำเนินการได้ แต่ติดที่ปัญหาการตัดสินใจทางการเมืองของผู้นำกัมพูชาจะมาประชุมหรือไม่ ประเด็นคือมีกลไกมีอยู่ เช่นการให้ยุติการสู้รบอย่างแน่นอน พรุ่งนี้รมว.กลาโหม ทั้งสองฝ่ายพบปะกันก็สามารถตกลงในเรื่องกลไก ไม่ให้สู้รบกันได้ต่อไป
อีกประเด็น เราไม่มีความปรารถนาร้ายต่อกัมพูชา เพราะเขายังยากจน และเราได้ลงทุนค้าขาย ส่งสินค้าไปมากมาย มีนักท่องเที่ยวให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ ทางด้านการแพทย์ การศึกษา เรามีเจตนาดี ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะทำให้เกิดปัญหา อีกทั้งเราเป็นสมาชิกอาเซียนทั้งคู่ มีภาระที่จะต้องตั้งประชาคมอาเซียน ในปี 2015 และยืนยันว่า กลไกสองฝ่ายมีอยู่สามารถแก้ปัญหาได้ ขณะเดียวกัน เมื่อเราอยู่ในกฎบัตรอาเซียน อาเซียนก็เข้ามาช่วยเหลือได้ ซึ่งตอนนี้ รมว.ต่างประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประธานได้มาช่วยพูดจากัน
จากนั้น เป็นการแสดงความคิดเห็นของคณะมนตรีฯ ทุกประเทศ เสียงส่วนใหญ่อยากให้เจรจาด้วยสันติวิธี เริ่มที่สองฝ่าย ให้อินโดฯทำหน้าที่เป็นคล้ายๆ พี่เลี้ยง และรับทราบว่า รมว.ต่างประเทศ อิินโดนีเซียจะจัดการประชุมรมว.ต่างประเทศอาเซียน วันที่ 22 ก.พ.ที่กรุงจาการ์ตา คุยเรื่องไทยกัมพูชาเป็นการเฉพาะ และอยากฟังว่าเราจะทำให้การหยุดยิงนั้นถาวรอย่างไร แต่ต้องขึ้นกับเจตนารมณ์ของผู้นำสองฝ่ายว่าไม่ได้มีการสู้รบ ตนยืนยันว่าฝ่ายไทยไม่มียิงก่อน และต้องการพัฒนาความสัมพันธ์ต่อไป ทุกคนก็เห็นพ้องกันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่คณะมนตรีฯ จะเข้ามาเกี่ยวข้อง ประเด็นสุดท้าย เรื่องการขึ้นทะเบียนมรดกโลกควรระงับไว้ก่อน โดยเฉพาะการจัดทำแผนบริหาร ที่เป็นทำให้เกิดความตึงเครียดจนถึงการปะทะกันหลายครั้ง และได้ฝากให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และเลขาธิการสหประชาชาติ ช่วยพูดจากับยูเนสโก กับคณะกรรมการมรดกโลก ให้ชะลอเรื่องนี้ไว้ก่อนจนกว่าการเจรจารื่องเขตแดนจะมีความคืบหน้า
นายกษิต กล่าวอีกว่า หากกัมพูชาไม่ยอมรับ จะเป็นการขัดมติคณะมนตรีฯโดยองค์รวม เมื่อเขาเป็นคนที่นำเรื่องมาที่คณะมนตรีฯ ที่ประชุมบอกให้เจรจากันสองฝ่าย หากกัมพูชาไม่ดำเนินการตามสิ่งที่คณะมนตรีฯ ออกมา ประเด็นปัญหาจะเป็นภาระของกัมพูชา ที่จะมีขึ้นกับสหประชาชาติ ประเด็นที่สอง รมว.ต่างประเทศอินโดนีเซีย ก็อยากให้เจรจาสองฝ่าย ดังนั้น กัมพูชามีพันธกรณี ต่อประเทศไทยต่อตัวเอง ต่อสหประชาชาติ ต่ออาเซียน ว่าต้องเจรจาสองฝ่าย ก็เป็นปัญหากัมพูชา เขาฟังมาเต็มหูแล้ว ทุกประเทศทั้งสมาชิกถาวรและไม่ถาวร พูดหมดเลย ตนได้เสนอที่ประชุมและแจ้งกัมพูชา และทำหนังสือแล้วว่า เราขอเสนอให้มีการประชุมเจบีซี ปลายเดือนนี้ วันที่ 27 ก.พ. ทั้งโลกทราบหมดแล้วนี่เป็นข้อเสนอ ทั้งโดยวาจาและลายลักษณ์อักษร ขึ้นกับกัมพูชาจะคิดอ่านอย่างไร ต้องแสดงความจริงใจ ว่าจะแก้ปัญหา และ ตอนนี้ สหประชาชาติไม่รับเรื่อง และโยนกลับมาให้เป็นเรื่องกัมพูชาและไทย และให้อาเซียนเป็นพี่เลี้ยง ซึ่งบรรยากาศที่ประชุมไม่ตึงเครียด ตนเดินไปทักนายฮอร์ นัม ฮง คณะผู้แทนไทยรู้จักกันหมด
เมื่อถามว่า ตามแนวชายแดนจะไม่เกิดการปะทะอีกนับแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า ตนคิดว่า นี่เป็นคำมั่นสัญญา ที่ รมว.ต่างประเทศ สองประเทศได้พูดกับคนทั้งโลก แม่ทัพนายกองทั้งสองฝ่ายก็พูดกันอยู่ โลกมองว่า อยากให้การหยุดยิงเป็นจริงเป็นจัง ขึ้นกับผู้นำสองประเทศต้องกำชับลูกน้อง ต้องระวัง และสิ่งที่เกิดขึ้นการพบปะระหว่างรมว.กลาโหมสองฝ่ายก็เป็นข้อเสนอของไทยต่อคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติ ขึ้นกับการตอบสนองของกัมพูชา
เมื่อถามว่า หากไม่มีการเจรจาทวิภาคี นายกษิต กล่าวว่า ไม่อยากตัดสินใจล่วงหน้า เพราะเขาฟังเต็มหู คณะมนตรีฯ พูดเสียงเดียวกันหมดเลยว่าต้องเจรจาสองฝ่าย เป็นเรื่องความรับผิดชอบของกัมพูชาต่อสหประชาชาติอ ต่อาเซียน และต่อเอ็มโอยู 43 เขาจะยืนกระต่ายขาเดียว ไม่ปฏิบัติตาม ก็กะไรอยู่ เพราะเป็นคนเอาเรื่องไปที่คณะมนตรีฯ และคณะมนตรีฯบอกว่าไม่รับเรื่อง กัมพูชาต้องทำไม่งั้นจะขัดต่อสหประชาชาติ
ส่วนเรื่องการระงับการทะเบียนมรดกโลก นายฮอร์นัมฮง บอกว่า ได้ยื่นไปแล้ว และอยู่ระหว่างการเสนอแผนบริหารจัดการซึ่งได้มีการเลื่อนมา ตั้งแต่การประชุมครั้งสุดท้ายที่บราซิล ตนได้เขียนจดหมายถึงยูเนสโก และนายกฯได้พูดกับเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อให้ช่วยคุยกับยูเนสโก ว่าการขึ้นทะเบียนเหตุการขัดแย้ง ดังนั้น ควรเป็นองค์กรที่เสริมสร้างความร่วมมือวัฒนธรรมไม่ควรเป็นองค์กรต้นเหตุของความขัดแย้ง ดังนั้น ควรชะลอเรื่องการจัดทำแผนบริหาร จนกว่าการปักปันเขตแดนต่างๆ จะแล้วเสร็จ
นายกษิต กล่าวอีกว่า ในวันที่ 22 ก.พ.จะเรียนให้ที่ประชุมอาเซียนทราบว่าเรามีกลไก 2 ฝ่ายมากมาย นอกเหนือจากเอ็มโอยู มีคณะกรรมการต่างๆ จะบอกให้ฟังว่ามีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ต้องการคือความร่วมมือจากฝ่ายกัมพูชา ถ้ากัมพูชารักสงบไม่อยากให้เป็นปัญหาอาเซียนและประชาคมโลก ต้องมาคุยกัน
เมื่อถามว่าแนวทางการพูดคุยของ รมว.กลาโหม 2 ประเทศจะมีเมื่อไหร่ นายกษิต กล่าวว่า ตนเสนอไปแล้ว ว่ารมว.กลาโหม ของเราพร้อมจะพบกับรมว.กลาโหมของกัมพูชา พรุ่งนี้ก็พบได้ โทรศัพท์ก็ได้ ขึ้นกับการตัดสินใจทางการเมืองของนายกฯกัมพูชา
เมื่อถามว่าการเมืองในประเทศจะเพลาลงหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า รัฐบาลพยายามทุกอย่างด้วยความถูกต้อง เมื่อเรามีเอ็มโอยู เป็นพื้นฐานการเจรจาและ เจบีซี เราคุยกันหลายหนแล้ว ต้องมีการถ่ายภาพทางอากาศ และเสาเขตแดนที่เหลืออยู่ที่ไหน มีงานต้องทำ ทั้งหมดทำกันมาหลายยุคสมัย แล้วการคัดค้านคัดค้านเรื่องอะไร ในเมื่อการเจรจาเป็นทางออกที่ดี ตนคิดว่า คนที่มาค้านต้องเข้าใจประเด็นปัญหาก่อนว่า ค้านด้วยเรื่องอะไร ค้านด้วยเหตุผล ยอมรับข้อเท็จจริงหรือไม่ หากบอกว่า ไม่ต้องใช้เอ็มโอยู แต่ก็ไม่มีใครมาบอกว่าทางออกทางเลือกอื่นมีหรือไม่
ที่มา สำนักข่าวไทยรัฐ
โพสเมื่อ : 15 ก.พ. 2554
|
|
|
|
|
|
 |
|
 |
|