พรรคซูจีหนุนคงคว่ำบาตรพม่า-ชี้ไม่กระทบ ปชช.
(อ่าน 51)
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อ 7 ก.พ.ว่า พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ฝ่ายค้านหลักของพม่า ภายใต้การนำของนางออง ซาน ซูจี เสนอแนะให้ ชาติตะวันตกคงมาตรการคว่ำบาตรพม่าต่อไป โดยชี้ว่าการคว่ำบาตรส่งผลกระทบต่อรัฐบาลทหาร ไม่กระทบต่อประชาชนพม่าโดยรวม
นายทิน อู รองประธานเอ็นแอลดี กล่าวว่า เอ็น แอลดีพบว่าการคว่ำบาตรกระทบเหล่าผู้นำรัฐบาลทหารและพันธมิตรทางธุรกิจเท่านั้น ไม่ใช่ประชาชนส่วนใหญ่ เขาไม่เผยรายละเอียด แต่ระบุว่าจะเปิดเผยรายงานผลการศึกษาวิจัยของเอ็นแอลดีและการปรึกษาหารือกับเหล่านักเศรษฐศาสตร์ในวันเดียวกัน
การที่พรรคเอ็นแอลดีประกาศสนับสนุนให้คงมาตรการคว่ำบาตรต่อไปส่งผลร้ายต่อทั้งรัฐบาลทหารพม่าและนักลงทุนจากตะวันตกที่หวังเข้าไปกอบโกยทรัพยากร ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของพม่า ก่อนหน้านี้ นางซูจี ซึ่งถูกปล่อยตัวจากการกักบริเวณในบ้านพัก เมื่อ 13 พ.ย. 2553 ก็สนับสนุนมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้กับระบอบเผด็จการทหารพม่าที่เคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ แต่ในสุนทรพจน์ และบทสัมภาษณ์ หลังถูกปล่อยตัว ซูจีแย้มว่าเธออาจพิจารณาเสนอแนะให้ยกเลิกการคว่ำบาตรพม่า ส่งผลให้เกิดความฮือฮาในแวดวงการทูต และดึงดูดความสนใจจากชาติตะวันตก
นักวิเคราะห์หลายคนชี้ว่า มาตรการคว่ำบาตรซึ่ง มีเป้าหมายกดดันให้รัฐบาลทหารพม่าปรับปรุงเรื่องสิทธิ มนุษยชนและปฏิรูปประชาธิปไตยล้มเหลว รังแต่ผลักดันให้รัฐบาลทหาร และพันธมิตรทางธุรกิจที่ใกล้ชิดหันไปคบค้ากับเพื่อนบ้านอย่างไทยและจีนมากขึ้น โดยไทยและจีนไปลงทุนในภาคพลังงานในพม่ามหาศาล แต่มาตรการคว่ำบาตรซึ่งรวมทั้งห้ามซื้อขายอาวุธและการลงทุนใหม่ๆ ไปจนถึงจำกัดการเดินทางและอายัดบัญชีธนาคารในต่างประเทศของเจ้าหน้าที่รัฐบาลทหาร สร้างความเสียหายให้เศรษฐกิจพม่า และทำให้ประชาชนพม่าเดือดร้อน
ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเห็นว่าการคว่ำบาตรเป็นไพ่ใบที่ดีที่สุดหรือใบเดียวของนางซูจี เพื่อไม่ให้หลุดจากวงจรการเมืองพม่าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพราะถึงแม้จะเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังของชาวพม่า แต่ซูจีและเอ็นแอลดีไม่มีบทบาททางการเมืองเป็นทางการ หลังคว่ำบาตรการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกในรอบ 20 ปี เมื่อ 7 พ.ย.ปีที่แล้ว ส่งผลให้เอ็นแอลดีถูกยุบพรรค ส่วนรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งยังถูกครอบงำโดยทหารเปิดประชุมครั้งแรกในรอบ 50 ปี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และเลือกนายกฯ เต็ง เส่ง เป็นประธานาธิบดีคนแรก แต่เชื่อว่ารัฐบาลทหารภายใต้การนำของพลเอกอาวุโส ตาน ฉ่วย ยังชักใยอยู่เบื้องหลัง ผู้เชี่ยวชาญยังชี้ว่า นางซูจีอาจทำหน้าที่เป็นตัวกลางการเจรจาระหว่างรัฐบาลทหารกับชาติตะวันตก เพื่อให้ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรแลกกับการปฏิรูปอย่างจริงจังในพม่า.
ที่มา สำนักข่าวไทยรัฐ
โพสเมื่อ : 08 ก.พ. 2554
|