 |
สถิติการใช้งาน
|
 |
| ประกาศทั้งหมด |
112 |
รายการ |
| สมาชิกทั้งหมด |
101 |
คน |
|
 |
หมวดหมู่ข่าว
|
 |
|
|
 |
หมวดหมู่ประกาศ
|
 |
|
|
|
 |
ประกาศแยกตามจังหวัด
|
 |
|
|
 |
คอมเม้นท์บอร์ดล่าสุด |
 |
|
|
 |
คอมเม้นท์ฝากขายล่าสุด |
 |
|
|
 |
อันดับคะแนนสมาชิก
|
 |
|
|
 |
Tag
|
 |
|
|
|
|
 |
|
 |
|
ไก่ชน |
การรักษาไก่ชน
(อ่าน 246)
วิธีขั้นตอนการรักษา1. เตรียมน้ำเย็น ขนไก่แยงคอ ผ้าอาบน้ำ เมื่อนำไก่มาแล้ว ให้เป่าจมูก จับไก่อ้าปากมองดูที่เพดานในปากว่ามีน้ำมูกอยู่ที่เพดานหรือเปล่า ให้เอาขนไก่พันน้ำมูกที่เพดานออก แล้วเป่าจมูกไก่อีกครั้งดูว่าจมูกโล่งหรือยัง2. เมื่อเห็นว่าจมูกโล่งดีแล้ว ให้เอาน้ำมันมะพร้าวหยอดที่จมูก แล้วเป่าน้ำมันให้ทะลุเพดาน แล้วเป่าอีกครั้งเมื่อเห็นว่าจมูกโล่งดีแล้ว ให้ทำอย่างนี้ทุกวัน3. ยาขม5เม็ดยาแซดต้า1เม็ดให้กินพร้อมกันเช้าเย็นก่อนให้ยาจะต้องเป่าจมูกไก่ด้วยน้ำมันมะพร้าวให้โล่งก่อนเมื่อรักษาจนเห็นว่าหายดีแล้วก็เริ่มอาบน้ำตามปกติ ไก่เป็นอมพะนำเกิดจากการซ้อม หรือเกิดจากปากขบกัน หรือกาบแตก การรักษาถ้าทำไม่ถูกวิธี อาการก็จะกำเริบมากขึ้นหรือบวมมากขึ้นการรักษาจะต้องตรวจดูว่าปากไก่ที่บวม มีแผลในปากหรือเปล่า ถ้ามีแผลการรักษาก็จะง่ายขึ้น จะต้องเตรียมอูปกรณ์ ดังนี้1. ไม้แคะหู2. ยาทิงเจอร์ -ยาเม็ดทีซีมัยซิน3. สำลี4. ยาโปรเคนอย่างฉีดการรักษา1. เอาไม้แคะหูจุ่มยาทิงเจอร์ แล้วไปแคะปรวดที่เป็นเนื้อขาวๆออกให้หมด2. ใช้สำลีพันปลายไม้ชุบยาทิงเจอร์แหย่เข้าไปในโพรงที่เป็นอมพะนำเพื่อฆ่าเชื้อ3. เอาสำลีชุบยาโปรเคนยัดเข้าไปในรูอมพะนำ แต่ต้องปล่อยหางสำลีโผล่เอาไว้4. เอายาทีซีมัยซินให้ไก่กิน 1 เม็ด และต้องเปลี่ยนสำลีที่ชุบยาโปรเคน 2 วันต่อครั้งและสำลีต้องเล็กลงทุกครั้งจนกว่าจะหายสนิทไก่ที่เป็นปรวดที่หน้าอกหน้าอกที่เป็นปรวดหรือไตน้ำ ให้จับดูว่าเป็นไตมากน้อยแค่ใหนให้เจาะที่เป็นไตใต้สุดเจาะรูพอประมาณเอาไม้แคะหูแคะที่เป็นไตออกให้หมด แล้วหลังจากนั้นก็ รักษาเหมือนกันกับเป็นอมพะนำ แต่ต้องเปลี่ยนสำลีทุกๆวัน และให้กินยาทุกวันจนกว่าจะหายไก่ที่เป็นปรวดที่หัวการรักษาปรวดที่หัว การเจาะปรวดต้องเจาะให้ต่ำลงมาทางหลัง ห้ามเจาะตรงกลางเพราะปรวดจะหายยากและหลังจากนั้นก็ทำการรักษา เหมือนกันกับเป็นอมพะนำ ทำทุกวันจนกว่าจะหายไก่เกิดจากการพองลมการรักษาไก่เกิดการพองลมจุดใดจุดหนึ่ง ถ้าทำการรักษาไม่ถูกทางจะเกิดการพองลมไปเรื่อยๆ จนลามเป็นปรวดการรักษาต้องเจาะเอาลมออกแล้วใช้หลอดยาคูลท์ เสียบเข้าไป เอาพลาสติกปิดทับอีกครั้งหนึ่ง ให้ยาแก้อักเสบดูอาการสัก 2-3 วัน เมื่อไม่พองลมให้เอาหลอดยาคูลท์ออก ส่วนไก่ที่เกิดอาการพองลมในระหว่างชนเมื่อหมดยกต้องรีบเจาะลมออกให้หมด เพราะเป็นอันตรายระหว่างชนเมื่อเจาะแล้วก็ต้องรีบเย็บแผลให้สนิทถ้าเย็บไม่สนิท มันจะเกิดพองลมขึ้นมาอีก เมื่อแก้ไขอันนี้ไม่เป็นผลสำเร็จ ก็ต้องเปลี่ยนใหม่ ต้องเจาะให้แผลกว้างเท่าหลอดกาแฟ แล้วเอาสำลียัด จากนั้นเย็บร้อยด้วยด้าย เย็บหนังกับสำลีผูกให้แน่นไก่จะไม่พองลมอีก นำเข้าชนได้เลยไก่เป็นขี้กลากหากไก่เป็นขี้กลากตามใบหน้า หรือตามลำตัว จะเป็นผลเสียต่อไก่ชน ถ้าเรานำไปชน ไก่มันจะไม่ยอมตีคู่ต่อสู้เลือดจะออกที่ใบหน้า ตาจะหรี่ ยิ่งชนนานอันจะไม่ค่อยตี คู่ต่อสู้ บางรายเอายาแผนปัจจุบันมาทารักษาเมื่อหายแล้วเอาขมิ้นทาทับ จะทำให้ขี้กลากหมกอยู่ข้างใน เมื่อหยุดอาบน้ำไก่สักอาทิตย์ แล้วจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับไก่ดังนั้นใช้ยาแผนโบราณจึงจะได้ผลส่วนผสมมีดังนี้1. น้ำมันมะพร้าว2. กำมะถันเหลือง3. หัวกระเทียม4. ใบชุมเห็ดการรักษา1. ปอกหัวกระเทียม2. นำกระเทียมมาตำกับใบชุมเห็ด ให้ละเอียด3. เอากำมะถันมาผสม4. เอาน้ำมันมะพร้าวมาผสม5. เมื่อเห็นว่าละลายเข้ากันดีแล้ว ให้นำไปตากแดดประมาณ 4 ชั่วโมง6. ใช้แปรงสีฟันจุ่มยาถูบริเวณที่เป็นกลาก รุ่งขึ้นอีกวันทาซ้ำอีก เมื่อทา 2 ครั้งแล้วปล่อยทิ้งไว้ คอยดูว่าหน้าเป็นขุยถ้าเห็นว่าเป็นขุย เอาผ้าชุบน้ำบิดให้แห้งถู ตรงที่เป็นขุย สักพักถูออกอีกครั้ง อย่าเพึ่งทาขมิ้น ให้รอเอาไว้อีก 1 วันคอยดูว่ายังมีสะเก็ดขาวๆอยู่หรือเปล่า ถ้ามีให้ถูออกให้หมดแล้วจึงทาขมิ้นยาถ่ายแก้ช้ำในหลังซ้อมในการช้ำในของไก่ชนนั้น ไม่ว่าจะเกิดจากการซ้อมหรือชน ถ้ามีบาดแผลที่ใบหน้าไม่ยอมหายง่ายๆเป็นเพราะน้ำเหลืองในตัวไก่ไม่ดี ควรทำการถ่ายยาแก้อาการช้ำใน ดังนี้ หัวไพลสด ยาดำ มะขามเปียกปอกเปลือกหัวไพลสดล้างให้สะอาดนำมาตำให้ละเอียดในอัดตราส่วน หัวไพลสด 1 ส่วน มะขามเปียก 2 ส่วนส่วนยาดำจะเอามากหรือน้อยก็แล้วแต่ เมื่อไพลสด ละเอียดแล้ว เอายาดำ มะขามเปียกลงไปตำให้เข้ากันปั้นเปเนก้อนขนาดเท่า 1 ข้อของนิ้วชี้ไก่ เมื่อจะถ่ายยาไก่ควรทำในตอนเช้า เพราะตอนเช้ากระเพาะไก่จะว่างนำไก่มาแยงคอเอาเสลดออกเอาน้ำให้กินมากๆ แล้วเอายาที่ปั้นเตรียมไว้ไปคลุกกับน้ำให้ไก่กิน 2 ก้อนแล้วเอาน้ำให้กินมากๆ แล้วนำไก่ไปตากแดด แล้วสังเกตดูว่าไก่ถ่ายออกมาเป็น อย่างไร เมื่อไก่ถ่ายแล้วหรือถ่ายสัก 3-4 ครั้ง ก็นำไก่มาอาบน้ำแล้วลงขมิ้นให้ทั่ว ตัวนำไปผึ่งแดดต่อ เมื่อถ่ายครบ 4-5 วันแล้วนำไก่มาลงนวมสลับกับการซ้อมนวม เมื่อซ้อมนวมแล้วนำมาลงนวมอีกครั้ง หลังจากนั้นให้พักสัก 4-5 วันแล้วถึงนำไก่ ออกซ้อมจริง การซ้อมจริงควรจะให้ได้ 12-14 อันหรือยก ซ้อมนวมก็เหมือนกัน ส่วนการลงนวมแล้วแต่เราจะกำหนด เพราะลงนวมเวลามันมากกว่าซ้อม เมื่อซ้อมได้ ตามกำหนดก่อนที่จะนำไก่ออกชนจะต้องสังเกต เมื่อเวลามันวิ่งสุ่ม1. เมื่อไก่ยืนอยู่ตีนสุ่มแล้วกระโดดขึ้นหัวสุ่มโดยไม่ต้องใช้ปีกช่วยขึ้นหัวสุ่มอย่างคล่องแคล่วหรืออยู่ห่างจากสุ่มประมาณ 1 เมตรสามารถบินขึ้นหัวสุ่มได้เหมือนนก แสดงว่าไก่สมบูรณ์เยี่ยมมาก2. เมื่อไก่ยืนอยู่ตีนสุ่ม เวลาจะขึ้นหัวสุ่ม เอาตีนตะกายตาสุ่ม พร้อมกระพือปีกช่วย แทบจะขึ้นหัวสุ่มไม่ไหวแสดงว่าไก่ยังไม่สมบูรณ์ ไม่ควรนำออกชนยาโบราณสำหรับไก่ชน1. บอระเพ็ดแช่น้ำผึ้ง สรรพคุณทำให้เจริญอาหาร2. กระชายแช่น้ำผึ้ง (โสมไทย) สรรพคุณทำให้มีกำลัง3. ตะไคร้หั่นเป็นฝอยๆ สรรพคุณควบคุมอาหารให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ4. น้ำมันตับปลา สรรพคุณควบคุมไขข้อและกระดูกสมุนไพรเหล่านี้ให้กินหลังจากอาบน้ำตอนเช้าเสร็จแล้ว ก่อนที่จะนำไปผึ่งแดด พร้อมให้กินข้าวเปลือก เมื่อนำไก่เข้าร่มควรให้ไก่หายหอบเสียก่อน จึงเอาน้ำให้กินหลังจากนั้นก็ให้กินกล้วยน้ำหว้า 1 ชิ้นขนาดเท่าหัวแม่มือแล้วปล่อยให้ไก่อยู่ตามสบาย พอตอนสายนำมาอาบน้ำอีกครั้ง พร้อมหั่นตะไคร้ให้กินอีก เมื่อได้เวลาอาหารตอนเย็น ก็ให้ไก่กินข้าวเปลือก พอเวลาประมาณ 18.30 น. เปิดไฟให้ไก่เคยชินกับแสงไฟ พร้อมให้อาหารเสริมเมื่อให้ไก่กินแล้วต้องคอยสังเกตดูว่าไก่มีอาการผิดปกติ กับอาหารชนิดนี้หรือไม่เช่นอาหารไม่ย่อย เมื่ออาหารไม่ย่อยแสดงว่าไก่ไม่ถูกกับอาหารนั้น ก็ไม่ควรให้กินยาหลังอาหารก่อนเข้านอนมะขามอ่อน กระชายสด ตะไคร้สด น้ำตาลปึก เกลือป่นนำส่วนผสมมาตำให้ละเอียด(อย่าใส่น้ำตาลมากเกินไป) เกลือใส่นิดหน่อย เอายามาปั้นเป็นลูกกลอนเท่าขนาด 1 ข้อนิ้วชี้ให้กิน 2 ก้อน แล้วยังมียาอีกชนิดหนึ่ง ดังนี้ไพล 1 ส่วน ขมิ้นอ้อย 1 ส่วน ขมิ้นชัน 2 ส่วน บอระเพ็ด 1 ส่วนตะไคร้ 1 ส่วน น้ำตาลกรวด เกลือตำสมุนไพรให้ละเอียด แล้วเอาน้ำตาลใส่ลงไปพอประมาณใส่เกลือนิดหน่อย ก่อนจะนำไก่เข้านอน ปั้นยาเป็นลูกกลอนเท่าขนาดหัวแม่มือให้ไก่กินการรักษาไก่ที่เป็นหน่ออาการของไก่ที่เป็นหน่อ คือ บริเวณใต้อุ้งเท้าของไก่จะมีลักษณะเป็นก้อนเนื้อแข็งคล้ายตาปลาถ้าปล่อยทิ้งไว้นานจะทำให้ไก่เดินไม่ถนัด เพราะมันจะบวมขึ้นเรื่อยๆ จนหน่อแตก จะทำการรักษาก็หายยากขั้นตอนการรักษามีดังนี้ให้เอากระสอบข้าวมาวางกับพื้นดินเอาเกลือดรยบนกระสอบเอาปูนขาวโรยลงบนเกลืออีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้น เอาน้ำกลั่น 1 ลิตรผสมน้ำ 5 ลิตรเทราดลงปูนขาว จนเปียก แล้วเอาไก่ที่เป็นหน่อลงไปเดินบนปูนขาวให้น้ำยากัดแผลใต้อุ้งตีนเมื่อน้ำยากัดแผลหมดแล้ว เอาสำลีรองใต้อุ้งตีน เอาผ้าเทปพันสำลีไว้ แล้วหลังจากนั้น เอาน้ำกลั่นผสมกับทินเนอร์แล้วเอาสลิ้งดูดเอาไปฉีดเข้าที่สำลี ต้องฉีดทุกวัน ถ้าดีขึ้นแล้วให้เอาโกเอี๊ยะปิดแผลเอาไว้แล้วเอาพลาสเตอร์ปิดทับอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นควรตรวจดูทุกๆ 2 วัน ดูว่าหายเป็นปกติหรือยังถ้าหายดีแล้วอย่าปล่อยให้เดินตีนเปล่า ควรหารองเท้าใส่ให้ไปพลางๆก่อน จนกว่าอุ้งเท้าจะหนาพอ จึงจะปล่อยได้เวลาทำการซ้อมต้องเอาสำลีรองอุ้งเท้าแล้วเอาพลาสเตอร์คาดไว้เพื่อป้องกันเท้าแตกอีกหลังจากทำการซ้อมเสร็จแล้วควรตรวจดูอีกครั้งว่ามีอะไร ผิดปกติหรือเปล่า ถ้ามีรอยช้ำควรเอาโกเอี๊ยะปิดไว้ไก่ชนอาหารไม่ย่อยไม่ว่าจะเกิดจากอาหารเป็นพิษหรือระบบภายในทำงานไม่ปกติ หากปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดอันตรายได้การรักษาเบื้องต้นต้องสังเกตดูว่ามีโรคอะไรบ้าง เช่น เป็นหวัดหรือในโพรงปากเป็นฝ้าขาวน้ำตาไหลอยู่ตลอดเวลาให้เอามือจับใต้ปีกดูว่าไก่ตัวร้อนหรือไม่ ถ้าตัวร้อนแสดงว่าไก่มีอาการเป็นไข้ด้วย การรักษามีดังนี้ห้ามให้อาหารเด็ดขาด ให้เอาน้ำเช็ดใต้ปีกและใต้ก้น ให้ไก่กินน้ำอย่างเดียว เเล้วเอายาขม 5 เม็ดและยาแซ็ตต้า 1 เม็ดให้กินพร้อมกันเช้าเย็น แล้วคอยสังเกตดูว่าอาหารย่อยหรือยังถ้าอาหารยังไม่ย่อยก็ให้กินแต่น้ำเท่านั้น หลังจากอาหารย่อยแล้วห้ามให้อาหารแข็งเป็นข้าวเปลือก ต้องให้กินอาหารทีละน้อยๆก่อน อย่าให้กินมาก แล้วคอยสังเกตดูว่าขี้เป็นปกติหรือเปล่า ถ้าขี้เป็นปกติแล้วค่อยให้กินข้าวเปลือกได้เต็มที่ไก่หน้าซีด วิธีการรักษาคือใช้วิธีการถ่ายสมุนไพร เพราะสมุนไพรมันจะไปล้างลำไส้ พวกบอระเพ็ดจะไปเคลือบลำไส้ และเพิ่มน้ำดีในการย่อยอาหารความขมของบอระเพ็ดจะทำให้ไก่กินข้าวได้ ตราบใดที่ไก่กินข้าวได้เลือดฝาดดี เลือดสมบูรณ์ดีหน้าไก่ก็จะไม่ซีดสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ไก่หน้าขาวหน้าซีดจะเกี่ยวกับเลือดและลำไส้โดยตรงจึงทำให้กินข้าวได้น้อย กินข้าวไม่ได้เท่าทีควรระบบการย่อยอาหารไม่ดี ก็ทำให้ไม่มีเม็ดเลือด ขาวผลิตเม็ดเลือดแดงได้มากพอก็ทำให้ไก่ขาดเลือดการบำรุงรักษาให้ยาพวกสมุนไพร ปลาป่นเพิ่มโปรตีน พวกบอระเพ็ดเพิ่มความขมในน้ำดีร่างกายและช่วยระบบการย่อยอาหารให้ดีขึ้นก็ทำให้ไก่กินข้าวได้ รวมทั้ง ให้กินพวกหอยขม ของคาว ก็จะทำให้ไก่ได้กลิ่นคาวเข้าทางจมูกทำให้ไก่อยากกินข้าว แล้วบำรุงด้วยกล้วยเพื่อย่อยง่าย เพิ่มพลังงาน เพิ่มแคลอรี ในร่างกายให้สูงขึ้นเพราะในกล้วยมีน้ำตาลเพิ่มความร้อนในร่างกาย ในกระเพาะ ลำไส้ได้รับความอบอุ่นทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นไม่จำเป็นที่จะไปหาวิตามินราคาสูงให้ไก่กินเพราะถ้า กินมาก จะมีผลเสีย คือทำให้ไก่ท้องผูก ไก่หน้าซีดก็ต้องพยายามให้กินข้าวและก็ต้องให้ออกกำลังกายด้วย เพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว เลือดจะได้สูบฉีด
ที่มา Farmkai.com
โพสเมื่อ : 17 ก.พ. 2554
|
|
|
|
|
|
 |
|
 |
|