1. เนื้อพระ จะเป็นหินเปลือกหอยดิบ หรือที่เรียกว่าปูนเปลือกหอยดิบเนื้อพระจะแน่นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ไม่มีรอยแตกให้เห็น ผิวเนื้อพระจะมีสีขาวอมเหลือง หรือสีน้ำตาลอ่อน มีคราบตังอิ๊วเป็นสีน้ำตาลติดอยู่ตามผิวพระ หรือตามรอยแยกหดตัวของพระจะมีตังอิ๊วอุดอยู่ที่เราเรียกว่ารอยหนอนด้นบางคนเรียกว่ารอยปูไต่ ด้านข้างองค์ที่มีมวลสารมากๆจะหดตัวมองเป็นร่องช่องโหว่เข้าไป เนื้อพระจะมีทั้งเนื้อแน่นละเอียด และแบบหลวมหยาบเพราะมีมวลสารมาก 2. พื้นผิวพระ สีจะออกขาวอมเหลืองหรืออมน้ำตาล ผิวจะย่นด้านหน้า เพราะเนื้อจะยุบหดตัวตรงที่มีมวลสารพระหัก มีเศษพระหัก มีพระธาตุ มีอัญมณี จะเป็นรอยยุบโบ๋ลงไปมองเห็นก้อนมวลสารนั้นได้ ถ้ามวลสารนั้นเป็นอินทรีย์สารพวกว่านไม้มงคลที่ผุพังได้ ก็จะเห็นรอยเป็นหลุมไม่มีมวลสารที่เรียกว่าหลุมโลกพระจันทร์รอยรูเข็ม ผิวพระองค์ที่สมบูรณ์จะมีรอยคราบสีขาวฝังอยู่ตามผิวพระที่เรียกว่า คราบแป้งรองพิมพ์ติดฝังอยู่ในพื้นผิวจะไม่หลุดถ้าไม่ไปขัดล้างพื้นผิวจะเป็น 3 มิติลดหลั่นกันจากนอกซุ้ม ในซุ้ม ซอกแขนและรักแร้จะเป็นสามมิติ ด้านหลังพระพื้นผิวจะเรียบก็มี เป็นรอยขรุขระก็มี เป็นรอยเส้นนูนก็มี หรือที่เรียกว่ารอยกาบหมากหรือรอยกระดาน รอยกาบหมาก หรือรอยกระดานจะมีเพียงบางองค์เท่านั้น คือเกิดจากตอนที่อัดเนื้อพระลงแม่พิมพ์ เขาใช้กาบหมากหรือแผ่นกระดานปิดทับ หลังพระบนแม่พิมพ์แล้วเอาค้อนยางตอก ถ้าองค์ไหนตอกเสมอพอดีก็จะมีรอยเส้นกาบหมากเส้นเสี้ยนไม้กระดานติดอยู่ ถ้าองค์ไหนตัดไม่ลงเนื้อเกินก็จะปาดออก จะมีรอยปาดเป็นเส้นเป็นขยักที่เรียกว่ารอยขั้นบันได ด้านหลังริมขอบพระจะมีรอยแยกปริมีตังอิ๊วมาอุดอยู่ที่เรียกว่ารอยหนอนด้น บางคนเรียกรอยปูไต่ ความจริงแล้วรอยปูไต่จะเป็นหลุมเล็กๆ เป็นแนวเส้นโค้งตามด้านหลังพระ เกิดจากการปาดหลังพระก่อนถอดพิมพ์ เหมือนรอยตีนปูเวลามันเดิน รอยตีนจะเรียงเป็นเส้นโค้ง บางองค์จะมีรอยพรุนเท่ารูเข็มเรียกว่ารอยตีนปูอยู่ถ้าพระองค์นั้นใส่อินทรีย์สารไปด้วย ขอบข้างพระ องค์ที่เนื้อแน่นจะมีรอยร่องยุบตัวเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีก็ได้ ส่วนองค์เนื้อหยาบมีมวลสารด้านข้างจะมีรอยยุบตัวเป็นร่อง เป็นหลุมลึก เห็นเม็ดมวลสารชัดเจน บางองค์ที่ลงลักปิดทองหรือลงเทือกชาด พอรักร่อนจะเห็นลักอุดอยู่ในร่องที่แยกออกลักษณะเหมือนหนอนด้น พระสมัยหลวงวิจารณ์ที่ลงลักไว้ผิวจะไม่แตกลายงา ลายสังคโลก 3. ซุ้มและองค์พระ เส้นซุ้มจะหนาใหญ่ส่วนบนแคบกว่าส่วนล่าง เป็นรูประฆังคว่ำ ขอบเส้นซุ้มด้านนอกจะเอียงลาด ด้านในจะตั้งมากกว่า องค์พระพิมพ์ใหญ่จะเหมือนพระสมัยสุโขทัย พิมพ์เจดีย์จะเหมือนพระแก้วมรกต พิมพ์ฐานแซมจะเหมือนพระอู่ทองอกร่องผอมบาง พิมพ์เกศบัวตูมจะเหมือนพระเชียงแสน 4. ตำหนิที่ซ่อนเร้น พิมพ์ใหญ่ มีเส้นผ้าทิพย์บางๆ ซ่อนอยู่ใต้เข่า มีหูพระลางๆ มีขอบสังฆาฏิรักแร้ขวาบางๆ หัวไหล่ขวามน หัวไหล่ซ้ายตัดเอียง ช่องรักแร้ซ้ายสูงกว่าช่องรักแร้ขวา ใต้รักแร้ขวามีรอยเข็มขีด ฐานชั้นกลางบางคนมีฐานสิงห์ชัดข้างไม่ชัดข้าง ฐานล่างหนา ตรงกลางยุบลงมองดูเป็นขอบฐาน ขอบจะชี้เข้ามุมเส้นซุ้ม พิมพ์เจดีย์ มีขอบสังฆาฏิขวาลากลงมาถึงท้องพระ มีหูลางๆ เกศขยักเป็นตุ่ม ขาซ้อนขัดสมาธิเพชรเห็นหัวแม่เท้า แขนท่อนบนใหญ่กว่าท่อนล่างมาก ฐานชั้นที่ 1 หัวแหลมทางด้านขวา มุมฐานล่างด้านขวาจะมีเส้นเล็กๆชี้ไปเข้ามุมซุ้ม ฐานชั้นแรกจะมีฐานแหลมข้างขวา พิมพ์ฐานแซม นั่งขัดสมาธิเพชร มีรอยสังฆาฏิจากองค์พระถึงเอว หูยานเกือบถึงบ่า มีเส้นแซมฐาน 1 - 2ชั้น มีทั้งอกนูนและอกร่องขอบสังฆาฏิ พิมพ์เกศบัวตูม พิมพ์แรกเส้นแซมบนมีรอยขาดเป็น2ท่อน พิมพ์ที่สองมีเนื้อเกินใต้แขนขวา พระสมเด็จวัดระฆังองค์นี้สำคัญนัก เป็นพิมพ์นิยมขอยืมหลวงปู่มาให้บรรดาศิษย์สมเด็จทั้งหลายที่เคารพนับถือท่านได้ชมกันในอีกสภาวะหนึ่ง นั้นก็คือสภาวะที่สมบูรณ์แบบคือเห็นแม้กระทั่งพระกรรณ์ ทั้งที่ยังคงมีแป้งรองพิมพ์จับหนาดูเหมือนพระใหม่ แล้วเราจะดูอย่างไรกับพระสมเด็จองค์นี้ว่าเป็นพระดี พระแท้ ความแปลกประหลาดของพระองค์นี้ก็คือผิวพระน่าจะดูว่าใหม่ หรือเป็นพระใหม่ก็ได้เลยไม่มีใครต่อว่า ตอนที่ผมได้ท่านมาก็ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรเพราะก็คิดว่าเป็นพระใหม่เนื้อไม่ถึงยุคแน่นอน ก็วางเอาไว้ดูองค์อื่นๆไปเรื่อยๆ ครั้นพอตกดึกเข้าก็เหลือบมองไปมองมาผ่านพระสมเด็จองค์นี้มองผ่านทีไรก็สะดุดตา ก็เลยหยิบขึ้นมาพิจารณาดูเห็นขอบด้านหลังซ้ายบนเป็นสีเหลืองเหมือนน้ำมันตังอิ้ว เลยลองใช้น้ำอุ่นลูบดูทั้งหน้าแลหลังก็เลยกระจ่างพระสมเด็จองค์นี้หากล้างแป้งรองพิมพ์ออกแล้วละก็ผมรับรองได้เลยว่า สีของผิวพระจะเหมือนอำพันเลยละครับ คือสีของเนื้อพระจะสุกเหลืองแบบมุมบนซ้ายตลอดทั่วทั้งองค์ ส่วนด้านหลังเมื่อลูบน้ำอุ่นแล้วแลเห็นรอยแตกปริบริเวณขอบหลังของพระ การย่นยุบก็เป็นคลื่นๆธรรมชาติมาก โดยส่วนตัวแล้วอยากจะล้างเนื้อพระองค์นี้เป็นอย่างมาก เพราะรู้อยู่แก่ใจเลยละครับว่าท่านจะเป็นพระที่มีผิวสวยสุกปลั่งแบบอำพัน เพราะบริเวณหน้าอกของท่านผมลองเอามือลูบดู สีก็ออกมาเหลืองหนำซ้ำยังเห็นน้ำมันตังอิ้วออกมาเป็นสีน้ำตาลด้วย จากประสพการณ์ที่ดูมาเยอะเห็นมาแยะนี่บอกได้เลยว่าเก๊ไม่เป็นพระเนื้ออย่างนี้ เท่านั้นแหละครับผมยกมือท่วมหัวลำลึกถึงสมเด็จโตเลย ปลื้มปิติมาก (ไม่ได้ปลื้มปิติเพราะได้พระที่มีราคาแพงๆมาครอบครองเพื่อจะได้เปลี่ยนเป็นเงินนะครับ) ดีใจที่สมเด็จท่านประทานพระพิมพ์นิยมมาให้เพื่อที่ผมจะลงเวปมาประกอบการแนะนำ ให้ผู้ศึกษาชมกัน ว่าเออนี่ไม่ธรรมดานะองค์สวยๆเขาก็มีให้มันดูน่าเชื่อมั่นหน่อย สำหรับพระสมเด็จองค์นี้ให้ชมในสภาพที่มีแป้งรองพิมพ์นี้เพียงชั่วระยะเดียวนะครับ ผมจะล้างผิวพระออกเพราะผมหลงไหลในสีที่สุกปลั่งเหมือนอำพันนั้น รีบๆชมกันซะต่อไปผมจะชมบ้าง |